วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

CADL โครงการเด็กดีมีที่เรียน_16: ค่ายพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของหมวดวิชาศึกษาทั่วไปด้านความ "พอเพียง" (๓)

บันทึกที่ (๑)   บันทึกที่ (๒)

สถานที่พักของค่ายนี้ไม่ใช่ "ที่พัก" แต่เป็นสถานปฏิบัติธรรม ชื่อว่า "สถานปฏิบัติธรรมจอมทอง"  ผู้ที่จะมาติดต่อขออนุญาตพระอาจารย์ ต้องระวังว่าท่านจะไม่ได้ใบเสร็จ เพราะไม่มีใบเสร็จ ไม่มีใบอนุโมทนาบัตรที่จะเอาไปลดหย่อนภาษี เพราะยังไม่ได้ตั้งเป็นวัด ดังนั้นขอแนะนำตามระเบียบการเงินให้ตั้งเบิกเป็นค่าบำรุงสถานที่ แล้วนำเงินที่จะจ่ายเป็นค่าที่พักนั้นมาทานทำดีบำรุงสถานที่ปฏิบัติธรรมของสงฆ์สุปฏิปันโน

อีกประเด็นสำคัญคือ หากจะมาขอพักค่ายที่นี่ ซึ่งสามารถรับผู้มาปฏิบัติธรรมได้มากกว่า ๗๐ คน  ควรต้องเป็นค่ายปฏิบัติธรรมตามจุดประสงค์ของสำนักฯ  ประเด็นนี้ต้องกราบนมัสการพระอาจารย์เจ้าอาวาสเองว่า กิจกรรมปฏิบัติธรรมนั้น จะสามารถมีได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร

สำหรับข้อวัตรปฏิบัติของพระที่นี่ ท่านจะตื่นมาทำวัตรเช้าตอนตีสามครึ่ง สวดมนต์ไหว้พระถึงตีสี่ นั่งเจริญสติทำสมาธิต่อถึงตีห้าครึ่ง แล้วท่านจึงออกบิณฑบาตรในหมู่บ้าน รับภัตตาหารตอนเจ็ดโมงครึ่งหรือแปดโมง ฉันจังหันตอนประมาณแปดโมงเช้าหรือแปดโมงครึ่ง ตอนเย็นเริ่มทำวัตรหกโมงเย็นสวดมนต์ถึงทุ่มครึ่ง ปฏิบัติธรรมถึงเกือบสามทุ่ม

สำหรับค่ายนี้พระอาจารย์อนุญาตกรณีพิเศษให้ไม่เคร่งครัดนักเรื่องปฏิบัติธรรมมากนัก ตื่นตอนตีห้ามาร่วมสวดมนต์และนักปฏิบัติถึงหกโมงเช้า และร่วมถวายภัตตาหารตอนเช้า ก่อนจะออกไปทำกิจกรรมที่หนองเลิงเปือย

ขอเล่าด้วยภาพเหมือนตอนที่แล้วครับ...   (บันทึกไว้เตือนความจำเด็กๆ หรือเผื่อเพื่อนครูท่านใดจะพาเด็กๆ ไปเรียนรู้แบบนี้บ้างครับ)

ตื่นนอนตอนตีห้า สวดมนต์ไหว้พระปฏิบัติธรรมนำสมาธิเจริญสติ


ร่วมถวายภัตตาหารเช้า (ภาพวันสุดท้าย)


กลุ่มที่ ๑ ไปเรียนรุ้กับตาสุขี หลังจากบรรยายซักถามถอดบทเรียนแล้ว กิจกรรมที่ท่านพาทำคือ ล้างบ่อกบ คัดแยกเพศกบ ให้อาหารปลา ลงจับปลานิล ปลูกผัก จับจิ๊งหรีด ฯลฯ






กลุ่มที่ ๒  ได้ทดลองเตรียมดินปลูกมะเขือเทศ  แล้วไปศึกษาเกษตรผสมผสานในไร่พ่อเรืองศิลป์




พ่อเรืองศิลป์นำเอาผลงานนักเรียนทุนเศรษฐกิจพอเพียงมาแสดง



กลุ่มที่ ๓ ลุยสุดๆ ตอนเช้าทำปุ๋ย ตอนบ่ายไปหว่านปอเทืองกว่า ๑๐ ไร่  ....


(ขออภัยผมไม่มีรูปตอนไปหว่านปอเทือง เด็กดีฯ ใครมีส่งให้อาจารย์ด้วยครับ)

กลับมาตอนเย็น ก็มาถอดบทเรียนกัน


และทำกิจกรรมฉันพี่น้อง





และจบด้วยพิธีเทียน ...    (ถ้าใครบางคนที่อยู่ในนี้เขียนบันทึกเล่าเรื่องให้ฟังจะดีมากๆ)


CADL โครงการเด็กดีมีที่เรียน_15: ค่ายพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของหมวดวิชาศึกษาทั่วไปด้านความ "พอเพียง" (๒)

บันทึกที่ (๑)

หากเป็น AAR (After Action Review) ด้านการศึกษา น่าจะแบ่งพิจารณาเป็น ๓ ด้านตามเป้าหมายการศึกษา ได้แก่ ด้านความรู้ ด้านทักษะกระบวนการ และด้านเจตคติ และจะให้ดีควรมีกิจกรรมให้สะท้อนทั้ง ๒ ระดับ คือ ระดับคิด (cognitive) ระดับระลึกรู้ (meta-cognitive) บันทึกนี้ขอ AAR เฉพาะด้านความรู้ระดับคิด ที่นิสิตใหม่ชาวค่ายทุกคนได้เรียนรู้ร่วมกัน

ฟังบรรยายจากวิทยากรจากศูนย์ประสานงานมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ

วันที่ ๔  เมษา ศูนย์ประสานงานปิดทองฯ ใช้บริเวณด้านหน้าศูนย์ฯ เป็นพื้นที่บรรยายให้ความรู้ ตอนนี้ศูนย์ประสานงานกำลังปรับปรุงใหม่  ให้มีศาลาพิธีการสูงโปร่ง และสำนักงานประสานกับชุมชน ดังรูป

 


(เอารูปให้ดูเผื่อคุณครูจะพาเด็กๆ ไปเรียนรู้ภาคสนามใกล้บ้านครับ)


"นักเรียน" พร้อม....



วิทยากรก็พร้อมครับ ... ขอบคุณท่านทั้งสองครับ ให้ความรู้กับน้องๆ อย่างไม่กั๊กความรู้ และยังดูแล จัดให้วิทยากรเกือบทั้งหมด ๗ ท่าน ไปอธิบายให้ความรู้ที่แปลงสาธิตทั้ง ๓ แปลงด้วย  ต่อไปนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ท่านบรรยาย



  • มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ มาทำงานในลักษณะประสานให้หน่วยงานอื่นๆ ทำงานกันอย่างเป็นองค์รวม
  • โดยนำเอาหลักการทรงงานมาใช้ในการทำงาน คือ เข้าใจ เข้าถึง และ พัฒนา โดยเน้นที่สุดคือเรื่องการ "ระเบิดจากภายใน" คือ ทำเรื่องพัฒนาคนเป็นหลัก และเน้นองค์ความรู้ ๖ มิติ ได้แก่ น้ำ ดิน เกษตร พลังงานทดแทน ป่า สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องน้ำถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
  • เป้าหมายของมูลนิธิปิดทองฯ ในการทำงานในพื้นที่แบ่งออกเป็น ๓ ขั้น คือ 
    • ขั้น "อยู่รอด" คือช่วง ๑-๒ ปีแรกที่เข้าทำงาน  มุ่งให้พ้นจากความอดอยาก ไม่ต้องกู้กินกู้ใช้ มีอาหารกิจตลอดปี พ้นจากเจ็บไข้ แต่ยังมีหนี้เดิมอยู่
    • ขั้น "พอเพียง" คือ ช่วงปีที่ ๓ - ปีที่ ๔  ใช้หนี้หมด มีรายได้สม่ำเสมอ มีสาธารณูปโภค มีการศึกษาดีขึ้น ชีวิตสบายขึ้น 
    • ขั้น "ยั่งยืน" คือ ช่วงปีที่ ๕ - ปีที่ ๖ มีเงินออม พัฒนาตนเองได้อย่างดี มีภูมิคุ้มกัน เป็นเจ้าของกิจการ 
  • เป้าหมาย ๓ ขั้นนี้ สอดคล้องกับการนำเอาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๓ ระดับมาประยุกต์ใช้ในเห็นเป็นตัวอย่างนั่นเอง กล่าวคือ 
    • ระดับครอบครัว ต้อง "อยู่รอด" 
    • ระดับชุมชน ต้อง "พอเพียง" 
    • ระดับภูมิภาค พื้นที่ ประเทศชาติ ต้อง "ยั่งยืน"
  • ตอนนี้ที่หนองเลิงเปือยกำลังจะก้าวจากขั้น "อยู่รอด" ไปสู่ความ "พอเพียง" เกษตรกรต้นแบบรุ่นแรกที่ได้ผ่านการฝึกอบรมกำลังเข้มแข้งและขยายผลไปสู่คนอื่นๆ  
แปลงเกษตรตัวอย่าง ๓ แปลงที่นำมาแสดงให้นิสิตได้เรียนรู้นี้ เป็นแปลงล่าสุดที่ทางวิทยากรจากปิดทองเป็นผู้เลือกให้ มีเพียงแปลงสุดท้าย ๑ ไร่ ๑ แสนของพ่อเรืองศิลป์ที่เราร้องขอให้เพิ่มเติมเข้ามา

หลังจากฟังบรรยายได้เห็นภาพรวมและวัตถุประสงค์แล้ว ต่อมาเป็นการพานิสิตลงพื้นที่สำรวจรอบที่ ๑ ให้ทุกคนใด้เห็นแปลงเกษตรทั้งหมด ... ขอเล่าด้วยภาพนะครับ ผู้สนใจโปรดเดินทางไปพื้นที่โครงการฯ จะดีกว่า

แปลงที่ ๑


พ่อเกษตรกรท่านนี้ แต่ก่อนเคยมีหนี้สินพ้นตัว อยู่บ้านหลังกระต๊อบ แต่มีรถกระบะขับ นอกจากทำนาแล้ว ยึกอาชีพเอารถไปรับของมาขาย  โชคร้ายเจออุบัติเหตุรถคว่ำ ทำให้ตนเองขาเจ็บ ต้องพักรักษาตัว ไม่สามารถหาเงินมาผ่อนค่างวดรถได้ (พอเล่ามาถึงตรงนี้ น้ำตาพ่อก็เอ่อไหลออกมา... ผมจึงถามตรงๆ ได้ความว่า เพราะน้อยใจในโชคชะตา) เหลือเพียง  6 งวด จะได้เป็นเจ้าของรถ ... พ่อต้องจำใจขายรถราคาถูกกว่าครึ่ง ตัดสินใจนำเงินที่ได้มาลงทุนกับ "เกษตรผสมผสาน"  โชคดีเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ มาเจอ ได้เข้าช่วยเหลือด้านความรู้และหลักวิชา จึงมาถึงวันนี้ วันที่ท่าน "อยู่รอด" และ "พออยู่พอกิน"


ท่านอยู่รอดเพราะในสวนของท่าน มีผักพืชหลากหลายชนิด ไม่ต้องซื้อกินทั้งหมดเหมือนแต่ก่อน



พออยู่พอกิน มีรายได้ต่อเนื่องจากการเลี้ยงกบ เลี้ยงปลา เลี้ยงจิ๊งหรีด

แปลงที่ ๒


แปลงที่นี้เป็นของพ่อเรืองศิลป์ ยุบลมาตย์  หัวหน้ากลุ่มเกษตรกรตัวอย่าง ท่านทำแปลงเกษตรผสมผสาน (๑ ไร่ ๑ แสน) บนเนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งาน



นักเรียนทุนพอเพียง ได้ถอดบทเรียนชีวิตของพ่อเรืองศิลป์ไว้อย่างน่าอ่าน ผมสรุปคัดลอกไว้ในรายงานตามบันทึกนี้ครับ

แปลงที่ ๓

แปลงนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับน้ำที่หนองเลิงเปือย แต่เป็นเกษตรกรที่มีศักยภาพซึ่งอยู่ห่างออกไปจากหนองเลิงเปือยหลายกิโล  แปลงสาธิตนี้สะท้อนเห็นลักษณะการทำงานของมูลนิธิฯ ที่เน้นส่งเสริมคนที่มีศักยภาพ คนขยัน ไม่ใช่เข้าไปช่วยเหลือแบบ "เอาปลาไปให้" แต่เป็นการเข้าไปช่วยฝึกให้หาปลา

ช่วยหนุนให้มีบ่อน้ำ
 
ช่วยให้มีความรู้หลักวิชาการ และช่วยหนุนสร้างโรงเรือน

ให้ความรู้และช่วยวางระบบน้ำ

ให้ความรู้และช่วยให้กล้าทดลองปลูกพืชใหม่ๆ

เมื่อครบ ๓ แปลง เราก็กลับที่พัก และรวมกันหลังอาหารเย็นเพื่อสรุปและแบ่งกลุ่ม  


สุดท้ายคือ  AAR ประจำวันของเหล่าชาวพี่เลี้ยงค่าย


วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

CADL โครงการเด็กดีมีที่เรียน_14: รับน้องมิติใหม่ ปลูกฝังใจ "พอเพียง" (๑)

วันที่ ๔ - ๖ เมษายน ๒๕๕๙ สำนักศึกษาทั่วไป โดย CADL นำว่าที่นิสิตมหาวิทยาลัยในโครงการเด็กดีมีที่เรียน ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๙ รุ่นพี่ปี ๑ ปี ๒ ร่วม ๕๐ คน มาทำกิจกรรมรับน้องมิติใหม่ด้วยกิจกรรมเรียนรู้ความ "พอเพียง" ในพื้นที่โครงการพัฒนาแก้มลิงหนองเลิงเปือย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.กมลาไสย - อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์  โดยคาดหวังจะปลูกฝังความ "พอเพียง" ในหัวใจของนิสิตโครงการเด็กดีฯ รุ่นใหม่และสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างพี่น้อง

ผม BAR สั้นๆ ตอนกล่าวเปิดกิจกรรมอย่างไม่เป็นทางการ และเขียนไว้บนกระดานว่า "... สิ่งที่อาจารย์คาดหวังในวันนี้คือ รู้จักฉัน -> รู้จักเธอ -> รู้จักเด็กดีฯ -> รู้จัก GE -> รู้จักความดีของพ่อ -> รู้จักอุปนิสัย "พอเพียง"...  รู้จักฉัน คือให้ทุกคนได้แนะนำตัวเองให้มาก รู้จักเธอคือรู้จักเพื่อนซึ่งอยู่ต่างคณะซึ่งมาจากต่างโรงเรียนกันให้มาก รู้จักเด็กดีฯ คือมีเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในมหาวิทยาลัยร่วมกัน รู้จัก GE เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนคุณลักษณะนิสิตที่พึงประสงค์ของหมวดวิชาศึกษาทั่วไป โดยมาเรียนรู้ความดีของพ่อและดูตัวอย่างความ "พอเพียง" จากโครงการพัฒนาแก้มลิงหนองเลิงเปือยฯ

รูปแบบกิจกรรมของค่าย ได้จากการประยุกต์ประสบการณ์จากค่ายพัฒนานักเรียนทุนเศรษฐกิจพอเพียงรุ่น ๓ และ ๔ ที่เราได้มีโอกาสไปเรียนรู้จากมูลนิธิยุวสถิรคุณ (อ่านที่นี่) มาใช้ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย งบประมาณ และความถนัดของนิสิตผู้นำกระบวนการที่เรามี  แผนภาพด้านล่างแสดงกิจกรรมคร่าว ตั้งแต่เข้าจนออกจากค่าย


บันทึกต่อไป  AAR และ ALR ให้ฟัง หลังค่ายปิด นิสิตใหม่สะท้อนอะไรบ้าง